โครงการมิกซ์ยูส (Mixed-Use) คืออะไร? ทำไมอาคารสำนักงานยุคใหม่จึงนิยมพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูส
ปัจจุบันรูปแบบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากเดิมที่อาคารหนึ่งแห่งอาจมีหน้าที่เพียงอย่างเดียว เช่น อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า หรือโรงแรม ปัจจุบันผู้พัฒนาโครงการจำนวนมากหันมาพัฒนา โครงการมิกซ์ยูส ที่รวมการใช้งานหลายรูปแบบไว้ในพื้นที่เดียวกัน
แนวคิดนี้ได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะในทำเลใจกลางเมืองและพื้นที่ที่มีระบบขนส่งสาธารณะ เพราะสามารถตอบโจทย์ทั้งการทำงาน การพักผ่อน การรับประทานอาหาร การจับจ่ายใช้สอย และการใช้ชีวิตประจำวันได้ในพื้นที่เดียว
สำหรับบริษัทที่กำลังมองหา ออฟฟิศให้เช่า โครงการมิกซ์ยูสก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะไม่ได้มีเพียงพื้นที่สำนักงาน แต่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการอื่น ๆ อยู่โดยรอบ
โครงการมิกซ์ยูส คืออะไร?
โครงการมิกซ์ยูส คือโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่นำพื้นที่หรืออาคารที่มีการใช้งานหลายประเภทมาพัฒนาอยู่ในโครงการเดียวกัน โดยมีเป้าหมายให้ผู้คนสามารถทำงาน พักอาศัย ซื้อสินค้า รับประทานอาหาร หรือใช้บริการต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก
ตัวอย่างการใช้งานที่มักพบในโครงการมิกซ์ยูส ได้แก่
- อาคารสำนักงาน
- ศูนย์การค้า
- ร้านอาหาร
- โรงแรม
- ที่พักอาศัย
- พื้นที่ออกกำลังกาย
- พื้นที่สำหรับพักผ่อน
- พื้นที่สาธารณะ
- สถานที่จัดกิจกรรม
การรวมหลายกิจกรรมไว้ในโครงการเดียวช่วยให้พื้นที่ถูกใช้งานได้ตลอดทั้งวัน และทำให้เกิดความคึกคักมากกว่าการพัฒนาอาคารเพียงประเภทเดียว
พูดง่าย ๆ คือ โครงการมิกซ์ยูสเป็นการรวมสถานที่สำหรับทำงาน ใช้ชีวิต และพักผ่อนเข้าไว้ด้วยกัน
ทำไมโครงการมิกซ์ยูสจึงได้รับความนิยม?
การพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะเป็นรูปแบบการก่อสร้างที่ทันสมัย แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนเมืองและความต้องการของธุรกิจ
ปัจจัยสำคัญมีหลายด้าน ดังนี้
1. ใช้พื้นที่ในเมืองได้อย่างคุ้มค่า
พื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ มีราคาสูงและมีจำนวนจำกัด การพัฒนาโครงการที่มีการใช้งานเพียงประเภทเดียวอาจใช้พื้นที่ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
โครงการมิกซ์ยูสจึงนำพื้นที่เดียวกันมาพัฒนาให้รองรับหลายกิจกรรม เช่น ด้านหนึ่งเป็นอาคารสำนักงาน อีกส่วนหนึ่งเป็นร้านอาหาร โรงแรม หรือพื้นที่พักอาศัย
ทำให้พื้นที่สามารถรองรับผู้ใช้งานหลายกลุ่มและสร้างกิจกรรมได้ตลอดวัน
2. ตอบโจทย์ชีวิตของคนทำงานมากขึ้น
พฤติกรรมของคนทำงานในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงการเดินทางไปสำนักงานแล้วกลับบ้าน แต่ต้องการความสะดวกในเรื่องอื่น ๆ ด้วย
ตัวอย่างเช่น ในช่วงพักกลางวันสามารถลงไปรับประทานอาหารได้ทันที หลังเลิกงานสามารถออกกำลังกาย ซื้อของ หรือพบปะเพื่อนฝูงได้โดยไม่ต้องเดินทางไปสถานที่อื่น
สำหรับพนักงาน การมีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ใกล้สำนักงานช่วยประหยัดเวลาและทำให้การทำงานในแต่ละวันสะดวกขึ้น
3. ทำเลมีความสำคัญมากขึ้น
โครงการมิกซ์ยูสส่วนใหญ่มักตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพ เช่น ย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ หรือบริเวณที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าได้สะดวก
การมี BTS หรือ MRT อยู่ใกล้โครงการช่วยให้พนักงาน ลูกค้า และผู้มาติดต่อเดินทางได้ง่ายขึ้น
สำหรับบริษัทที่กำลังเลือก สำนักงานให้เช่า ทำเลจึงไม่ได้หมายถึงเพียงชื่อย่านเท่านั้น แต่ควรพิจารณาระยะทางจากสถานีรถไฟฟ้า ถนนสายหลัก ที่จอดรถ และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบด้วย
4. ช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้กับบริษัท
สำนักงานเป็นสถานที่ที่ลูกค้า คู่ค้า และผู้สมัครงานอาจเข้ามาติดต่ออยู่เป็นประจำ
การตั้งสำนักงานในโครงการที่มีการออกแบบดี มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ และอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวก สามารถช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับบริษัทได้
โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องพบลูกค้าหรือคู่ค้าเป็นประจำ การเลือกอาคารสำนักงานจึงไม่ได้พิจารณาเพียงเรื่องค่าเช่า แต่ยังต้องมองถึงความเหมาะสมของอาคารกับภาพลักษณ์ขององค์กรด้วย
5. มีร้านค้าและบริการอยู่ใกล้สำนักงาน
ข้อได้เปรียบที่เห็นได้ชัดของโครงการมิกซ์ยูสคือมีร้านค้าและบริการหลากหลายอยู่ภายในหรือใกล้โครงการ
ตัวอย่างเช่น
- ร้านอาหาร
- ร้านกาแฟ
- ร้านสะดวกซื้อ
- ธนาคาร
- ฟิตเนส
- ร้านค้า
- โรงแรม
- พื้นที่จัดกิจกรรม
สิ่งเหล่านี้ช่วยให้พนักงานสามารถจัดการเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางออกไปไกลจากสำนักงาน
โครงการมิกซ์ยูสเหมาะกับการเช่าออฟฟิศหรือไม่?
คำตอบคือ เหมาะกับหลายประเภทของธุรกิจ แต่ควรเลือกให้ตรงกับความต้องการของบริษัท
บริษัทที่เหมาะกับสำนักงานในโครงการมิกซ์ยูส ได้แก่ ธุรกิจที่ต้องการทำเลเดินทางสะดวก ต้องพบลูกค้าบ่อย หรือต้องการอาคารที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ
ก่อนตัดสินใจเช่า ควรพิจารณาเรื่องต่อไปนี้
ทำเล
ควรดูว่าพนักงานส่วนใหญ่เดินทางมาทำงานอย่างไร และมีรถไฟฟ้าหรือระบบขนส่งสาธารณะอยู่ใกล้หรือไม่
ค่าเช่า
สำนักงานในโครงการขนาดใหญ่หรือทำเลใจกลางเมืองอาจมีค่าเช่าสูงกว่าอาคารทั่วไป จึงควรเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนตัดสินใจ
ขนาดพื้นที่
เลือกพื้นที่ให้เหมาะกับจำนวนพนักงาน ห้องประชุม พื้นที่ส่วนกลาง และแผนการขยายบริษัทในอนาคต
ที่จอดรถ
หากพนักงานหรือลูกค้าใช้รถยนต์ ควรตรวจสอบจำนวนที่จอดรถและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
สิ่งอำนวยความสะดวก
พิจารณาว่าอาคารมีร้านอาหาร ร้านค้า ห้องประชุม พื้นที่พักผ่อน และบริการที่จำเป็นต่อการทำงานหรือไม่
โครงการมิกซ์ยูสกับอาคารสำนักงานทั่วไป ต่างกันอย่างไร?
อาคารสำนักงานทั่วไปจะเน้นพื้นที่สำหรับการทำงานเป็นหลัก ขณะที่โครงการมิกซ์ยูสมีการใช้งานหลายรูปแบบอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
| หัวข้อ | โครงการมิกซ์ยูส | อาคารสำนักงานทั่วไป |
|---|---|---|
| สำนักงาน | มี | มี |
| ร้านอาหาร | มักมีจำนวนมาก | มีบางแห่ง |
| ร้านค้า | มี | อาจมีน้อย |
| โรงแรม | บางโครงการมี | ไม่มี |
| ที่พักอาศัย | บางโครงการมี | ไม่มี |
| พื้นที่พักผ่อน | มีมากกว่า | มีจำกัด |
| การเดินทาง | มักเน้นทำเลเดินทางสะดวก | ขึ้นอยู่กับทำเล |
| ความหลากหลายของบริการ | สูง | มีจำกัด |
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าโครงการมิกซ์ยูสจะเหมาะกับทุกบริษัทเสมอไป หากธุรกิจให้ความสำคัญกับค่าเช่ามากกว่าสิ่งอำนวยความสะดวก อาคารสำนักงานทั่วไปในทำเลที่เหมาะสมอาจเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่า
แนวโน้มของโครงการมิกซ์ยูสในอนาคต
แนวโน้มของโครงการมิกซ์ยูสในกรุงเทพฯ มีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง เพราะเมืองมีพื้นที่จำกัด ขณะที่ความต้องการใช้ชีวิตที่สะดวกและการเดินทางที่ง่ายยังมีอยู่มาก
อาคารสำนักงานในอนาคตจึงมีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น เช่น พื้นที่สีเขียว พื้นที่พักผ่อน ร้านอาหาร การเดินทาง ระบบรักษาความปลอดภัย และการประหยัดพลังงาน
สำหรับผู้เช่า การเลือกสำนักงานในอนาคตจึงอาจไม่ได้พิจารณาเพียง “ค่าเช่าเท่าไร" "จะใช้พื้นที่กี่ตารางเมตร” แต่จะมองถึงสภาพแวดล้อมโดยรวมของอาคารและความสะดวกของพนักงานมากขึ้น
สรุป โครงการมิกซ์ยูสเหมาะกับธุรกิจแบบไหน?
โครงการมิกซ์ยูส คือการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่รวมการใช้งานหลายประเภทไว้ในพื้นที่เดียวกัน เช่น สำนักงาน ร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม และที่พักอาศัย จุดเด่นคือช่วยใช้พื้นที่ในเมืองได้อย่างคุ้มค่า และทำให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานและใช้ชีวิตได้สะดวกมากขึ้น
สำหรับบริษัทที่กำลังมองหาออฟฟิศให้เช่าโครงการมิกซ์ยูสเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะบริษัทที่ให้ความสำคัญกับทำเล การเดินทาง สิ่งอำนวยความสะดวก และภาพลักษณ์ของสำนักงาน
อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจควรเปรียบเทียบ ค่าเช่า ขนาดพื้นที่ การเดินทาง ที่จอดรถ สิ่งอำนวยความสะดวก และเงื่อนไขสัญญา เพื่อให้ได้สำนักงานที่เหมาะสมกับธุรกิจมากที่สุด