คัมภีร์เลือกสำนักงานให้เช่าใกล้รถไฟฟ้าBTS เจาะลึกทำเลทองสายสีเขียว วอลล์สตรีทเมืองไทยถึงย่านฮิปคนรุ่นใหม่ อัปเดตล่าสุด: กรกฎาคม 2026
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่กำลังวางแผนเปิดบริษัทใหม่ หรือกำลังคิดจะขยับขยายย้ายออฟฟิศเพื่อรองรับทีมงานที่เติบโตขึ้น สิ่งแรก ๆ ที่วิ่งเข้ามาในหัวและเป็นโจทย์ที่ต้องคิดให้ตกก็คือ “เราจะตั้งออฟฟิศที่ไหนดี?”
ในยุคที่กรุงเทพฯ ขยับขยายไปไกล แต่ปัญหาเรื่องรถติดและเวลาในการเดินทางยังคงเป็นเรื่องปวดหัวอันดับต้น ๆ ของคนทำงาน คำตอบที่ดีที่สุดที่ช่วยตัดปัญหาเหล่านี้ออกไปได้ในพริบตาก็คือการมองหา “สำนักงานให้เช่าใกล้รถไฟฟ้าBTS” หรือ “ออฟฟิศให้เช่าใกล้รถไฟฟ้าBTS” นั่นเองครับ
ทำไมต้องเป็นรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว? คำตอบง่ายมากครับ เพราะรถไฟฟ้าสายนี้คือ "เส้นเลือดใหญ่" ของระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ ที่วิ่งตัดผ่านใจกลางย่านธุรกิจ (CBD) สำคัญ ๆ ทุกย่าน ตั้งแต่สีลม สาทร สุขุมวิท ไปจนถึงพญาไทและอารีย์ การมีออฟฟิศอยู่บนเส้นทางนี้จึงเปรียบเหมือนการพากระแสน้ำและโอกาสทางธุรกิจเข้ามาหาตัวคุณได้อย่างไม่มีวันหยุดนิ่ง
บทความนี้ iRentOffice จะพาทุกคนไปเจาะลึกสถานีต่อสถานี ย่านต่อย่าน บนเส้นทางรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว เพื่อดูว่าแต่ละทำเลมีจุดเด่นอย่างไร เหมาะกับธุรกิจแบบไหน และมีเทคนิคในการเลือกเช่าอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุดครับ!
5 เหตุผลที่ธุรกิจระดับท็อปต้องเลือก "ออฟฟิศให้เช่าใกล้รถไฟฟ้าBTS"
ทำไมตึกออฟฟิศที่อยู่ตามแนวรถไฟฟ้า BTS ถึงเนื้อหอมตลอดกาล และทำไมบริษัทใหญ่ ๆ ถึงยอมลงทุนกับทำเลเหล่านี้? นี่คือคำตอบในมุมมองของการบริหารธุรกิจครับ
1. พนักงานเดินทางง่าย ลดอัตราการลาออก (Low Turnover Rate)
ชีวิตคนเมืองหมดไปกับการเดินทางบนท้องถนนเฉลี่ยวันละ 2-3 ชั่วโมง หากออฟฟิศของคุณตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางลำบาก ต้องต่อรถหลายต่อ พนักงานจะรู้สึกเหนื่อยล้าตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน และในระยะยาวอาจส่งผลให้เกิดการมองหางานใหม่ที่เดินทางสะดวกกว่า การเลือก สำนักงานให้เช่าใกล้รถไฟฟ้าBTS ช่วยให้พนักงานกะเวลาเดินทางได้แม่นยำ ชีวิตมีความสุขขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้นตามไปด้วยครับ
2. ยกระดับความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ของคุณทันที
เวลาที่คุณไปติดต่อธุรกิจ หรือส่งนามบัตรให้คู่ค้า สิ่งแรก ๆ ที่พวกเขาจะสังเกตคือ "ที่ตั้งของบริษัท" อาคารสำนักงานที่อยู่ติดสถานี BTS มักจะเป็นอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่มีระบบการจัดการระดับมืออาชีพ มีล็อบบี้ที่สวยงาม มีระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด สิ่งเหล่านี้ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้บริษัทของคุณดูมีความมั่นคง เป็นมืออาชีพ และน่าร่วมธุรกิจด้วยตั้งแต่วินาทีแรกที่ลูกค้าก้าวเข้ามา
3. ต้อนรับลูกค้าและพาร์ทเนอร์ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
ไม่ว่าจะเป็นการนัดประชุมด่วน การเซ็นสัญญา หรือการต้อนรับลูกค้าจากต่างประเทศ หากออฟฟิศของคุณอยู่ใกล้ BTS ลูกค้าสามารถเดินทางมาหาคุณได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องหาที่จอดรถยาก หรือหลงทางในซอยลึก แค่บอกชื่อตึกและทางออกสถานี BTS ทุกอย่างก็เคลียร์และราบรื่น
4. สิ่งอำนวยความสะดวกรอบข้างครบครัน
พื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้า BTS ไม่ได้มีแค่ตึกออฟฟิศครับ แต่เป็นศูนย์รวมของไลฟ์สไตล์ ทั้งห้างสรรพสินค้า ธนาคาร ร้านอาหาร คาเฟ่ และโรงพยาบาล สิ่งเหล่านี้ช่วยให้การดำเนินธุรกิจในแต่ละวันสะดวกมาก ไม่ว่าจะเป็นการไปทำธุรกรรมที่ธนาคารตอนกลางวัน หรือการพาลูกค้าไปเลี้ยงรับรองที่ร้านอาหารชื่อดังหลังเลิกงาน ทุกอย่างจบได้ในรัศมีรอบ ๆ ออฟฟิศของคุณ
5. มูลค่าทางธุรกิจและโอกาสในการเติบโต
การอยู่ในทำเลที่แวดล้อมไปด้วยบริษัทชั้นนำอื่น ๆ ช่วยสร้างสิ่งที่เรียกว่า "Business Ecosystem" หรือระบบนิเวศทางธุรกิจที่ดี คุณมีโอกาสได้ทำความรู้จัก พบนปะ และสร้างคอนเนกชันกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเดียวกันหรือเกี่ยวเนื่องกันได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นผลพลอยได้ที่หาไม่ได้จากออฟฟิศที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวห่างไกล
เจาะลึกแลนด์มาร์ค 5 โซนทองตามแนว BTS สายสีเขียว
รถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวมีระยะทางที่ยาวมากครับ แต่ละช่วงสถานีก็จะมี "คาแรกเตอร์" และบรรยากาศที่แตกต่างกันออกไป เรามาแยกดูทีละโซนเพื่อหาทำเลที่ใช่ที่สุดสำหรับธุรกิจของคุณกันครับ
โซนที่ 1: สีลม - สาทร (วอลล์สตรีทเมืองไทย ศูนย์กลางการเงินและการลงทุน)
ถ้าพูดถึงย่านธุรกิจที่เก๋าเกมและมีความน่าเชื่อถือสูงสุดในประเทศไทย คงไม่มีใครปฏิเสธย่าน "สีลม - สาทร" ครับ ย่านนี้เปรียบเหมือนหัวใจของเศรษฐกิจไทยมาอย่างยาวนาน
-
สถานีเด่น: BTS ศาลาแดง, BTS ช่องนนทรี, BTS เซนต์หลุยส์, BTS สุรศักดิ์
-
บรรยากาศรอบ ๆ: เต็มไปด้วยตึกระฟ้าที่เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทประกันภัยระดับโลก และสำนักงานกฎหมายชั้นนำ บรรยากาศจะดูจริงจัง เป็นระเบียบเรียบร้อย และมีความเป็นมืออาชีพสูงมาก
-
จุดเชื่อมต่อสำคัญ: สถานีศาลาแดงเชื่อมต่อกับ MRT สายสีน้ำเงิน (สถานีสีลม) และสถานีช่องนนทรีเชื่อมต่อกับรถด่วน BRT ทำให้พนักงานที่อยู่ฝั่งธนบุรีหรือกรุงเทพฯ ฝั่งใต้เดินทางเข้ามาย่านนี้ได้ง่ายสุด ๆ
สรุปราคาและกลุ่มที่เหมาะสม:
-
เหมาะกับใคร: ธุรกิจการเงิน, สถาบันการลงทุน, บริษัทประกัน, สำนักงานกฎหมาย, บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ (Multinational Corporation)
-
ระดับราคาค่าเช่าออฟฟิศ: ปานกลางค่อนไปทางสูงมาก (ประมาณ 700 - 1,400+ บาท / ตารางเมตร / เดือน ขึ้นอยู่กับเกรดของตึก)
โซนที่ 2: เพลินจิต - ชิดลม (ย่านหรูหราระดับอินเตอร์ ภาพลักษณ์เกรด พรีเมียม)
ถัดมาไม่ไกลคือโซน "เพลินจิต - ชิดลม" ซึ่งถือเป็นทำเลที่ค่าเช่าที่ดินและค่าเช่าออฟฟิศแพงเป็นอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ย่านนี้คือสัญลักษณ์ของความหรูหราและพรีเมียมอย่างแท้จริง
-
สถานีเด่น: BTS ชิดลม, BTS เพลินจิต
-
บรรยากาศรอบ ๆ: แวดล้อมไปด้วยโรงแรมระดับ 5 ดาว สถานทูตจากประเทศมหาอำนาจ และห้างสรรพสินค้าระดับลักชัวรี ตึกออฟฟิศแถวนี้ส่วนใหญ่เป็นอาคารเกรด A+ ที่ออกแบบสถาปัตยกรรมอย่างสวยงามทันสมัย มีพื้นที่สีเขียว และใช้ระบบประหยัดพลังงานระดับสากล
-
ความสะดวกสบาย: มีระบบทางเดินลอยฟ้า (Skywalk) เชื่อมต่อกันยาวตั้งแต่สยาม ชิดลม ไปจนถึงเพลินจิต ทำให้เดินเข้าตึกออฟฟิศต่าง ๆ ได้สบาย ๆ โดยไม่ต้องเดินริมถนนให้ร้อน
สรุปราคาและกลุ่มที่เหมาะสม:
-
เหมาะกับใคร: บริษัทข้ามชาติที่ต้องการความพรีเมียมขั้นสุด, แบรนด์แฟชั่นระดับโลก, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์, หรือบริษัทที่ต้องการสร้างความประทับใจระดับสูงสุดให้แก่ลูกค้าวีไอพี
-
ระดับราคาค่าเช่าออฟฟิศ: สูงที่สุดในแนวรถไฟฟ้า (ประมาณ 1,000 - 1,600+ บาท / ตารางเมตร / เดือน)
โซนที่ 3: สุขุมวิทตอนต้น (อโศก - พร้อมพงษ์ - ทองหล่อ ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์และธุรกิจนานาชาติ)
ขยับมาที่เส้นถนนสุขุมวิท ย่านนี้เป็นย่านที่ไม่เคยหลับใหล และเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ชาวต่างชาติที่มาทำงานในเมืองไทย (Expat) โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นและชาวตะวันตก
-
สถานีเด่น: BTS อโศก, BTS พร้อมพงษ์, BTS ทองหล่อ
-
บรรยากาศรอบ ๆ: มีความผสมผสานระหว่างธุรกิจและไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว ตอนกลางวันเป็นเวลาทำงานที่คึกคัก ส่วนตอนเย็นมีร้านอาหารนานาชาติ บาร์ คาเฟ่เก๋ ๆ ให้เลือกสังสรรค์มากมาย ตึกสำนักงานย่านนี้มีให้เลือกหลากหลายสไตล์ ตั้งแต่ตึกโมเดิร์นขนาดใหญ่ ไปจนถึงออฟฟิศแนวครีเอทีฟ
-
จุดเชื่อมต่อสำคัญ: สถานีอโศกคือจุดตัด (Interchange) ที่สำคัญที่สุดกับ MRT สถานีสุขุมวิท ทำให้พนักงานที่นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินมาจากโซนรัชดาหรือลาดพร้าว สามารถเปลี่ยนสายขึ้นมาทำงานที่อโศกได้อย่างสะดวกสบาย
สรุปราคาและกลุ่มที่เหมาะสม:
-
เหมาะกับใคร: บริษัทเทคโนโลยี, เอเจนซี่โฆษณา, บริษัทสตาร์ทอัป, บริษัทสัญชาติต่างชาติ (ญี่ปุ่น/ยุโรป), และธุรกิจแนวสร้างสรรค์ที่ต้องการบรรยากาศที่ตื่นตัวและมีสีสัน
-
ระดับราคาค่าเช่าออฟฟิศ: ปานกลางถึงสูง (ประมาณ 650 - 1,200 บาท / ตารางเมตร / เดือน)
โซนที่ 4: สุขุมวิทตอนปลาย (อ่อนนุช - อุดมสุข - บางนา ประตูสู่ EEC และพื้นที่อุตสาหกรรม)
สำหรับบริษัทที่รู้สึกว่าค่าเช่าออฟฟิศใจกลางเมืองสูงเกินไป หรือมีลักษณะธุรกิจที่ต้องเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม ขยับออกมาทางสุขุมวิทตอนปลายคือคำตอบที่ยอดเยี่ยมครับ
-
สถานีเด่น: BTS อ่อนนุช, BTS อุดมสุข, BTS บางนา
-
บรรยากาศรอบ ๆ: เป็นย่านที่พักอาศัยขนาดใหญ่ของคนทำงาน ทำให้หาพนักงานได้ง่าย รอบ ๆ สถานีมีคอนโดมิเนียมและคอมมูนิตี้มอลล์เกิดขึ้นมากมาย บรรยากาศจะมีความผ่อนคลายมากกว่าในเมือง และรถติดน้อยกว่า
-
จุดเด่นด้านโลจิสติกส์: โซนบางนาสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังทางด่วนบูรพาวิถี ถนนกาญจนาภิเษก มุ่งหน้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิ หรือนิคมอุตสาหกรรมในแถบภาคตะวันออก (EEC) ได้อย่างรวดเร็ว
สรุปราคาและกลุ่มที่เหมาะสม:
-
เหมาะกับใคร: บริษัทขนส่งและโลจิสติกส์, บริษัทเทรดดิ้ง (Trading), ธุรกิจ SMEs ที่ต้องการควบคุมค่าใช้จ่าย, หรือบริษัทที่มีโรงงานอยู่ต่างจังหวัดแต่ต้องการมีออฟฟิศส่วนกลางในกรุงเทพฯ ให้ติดต่อสะดวก
-
ระดับราคาค่าเช่าออฟฟิศ: ค่อนข้างประหยัดและคุ้มค่า (ประมาณ 450 - 750 บาท / ตารางเมตร / เดือน)
โซนที่ 5: พญาไท - อนุสาวรีย์ชัยฯ - อารีย์ (ย่านฮิปของคนรุ่นใหม่ และจุดเชื่อมต่อบริการรัฐ)
วิ่งสลับมาทางฝั่งเหนือของสายสีเขียวกันบ้างครับ ย่านพญาไทไปจนถึงอารีย์คือทำเลที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว เป็นการผสมผสานระหว่างความเป็นชุมชนเก่า คาเฟ่สุดฮิป และตึกออฟฟิศสมัยใหม่
-
สถานีเด่น: BTS พญาไท, BTS สนามเป้า, BTS อารีย์
-
บรรยากาศรอบ ๆ: ย่านอารีย์ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งรวมคาเฟ่และร้านอาหารอร่อย ๆ ทำให้พนักงานมีความสุขมากในช่วงพักกลางวันและหลังเลิกงาน ส่วนโซนพญาไทและสนามเป้าจะมีตึกสำนักงานเกรดบีและเกรดเอดี ๆ ตั้งอยู่หลายตึก บรรยากาศโปร่งสบาย ไม่แออัดเท่าฝั่งสุขุมวิท
-
จุดเชื่อมต่อสำคัญ: สถานีพญาไทเชื่อมต่อกับ Airport Rail Link (ARL) สามารถนั่งยาวไปสนามบินสุวรรณภูมิได้เลย ส่วนสถานีอนุสาวรีย์ชัยฯ ก็เป็นศูนย์กลางของรถสาธารณะทุกประเภท
สรุปราคาและกลุ่มที่เหมาะสม:
-
เหมาะกับใคร: บริษัทสตาร์ทอัปสัญชาติไทย, ธุรกิจออนไลน์, บริษัทในเครือของหน่วยงานรัฐหรือต้องติดต่อราชการบ่อย ๆ, และบริษัทที่เน้นบรรยากาศการทำงานที่อบอุ่นและมีไลฟ์สไตล์ที่สมดุล (Work-life Balance)
-
ระดับราคาค่าเช่าออฟฟิศ: ปานกลาง (ประมาณ 550 - 900 บาท / ตารางเมตร / เดือน)
ตารางเปรียบเทียบแต่ละโซนของ BTS สายสีเขียว ตัวช่วยตัดสินใจเลือกออฟฟิศ
เพื่อให้ผู้ประกอบการมองเห็นภาพรวมและเปรียบเทียบข้อดี-ข้อจำกัดของแต่ละโซนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทางทีมงาน iRentOffice ได้สรุปข้อมูลสำคัญออกมาเป็นตารางดังนี้ครับ:
| โซนตามแนว BTS | สถานีหลัก | ระดับราคาเฉลี่ย | จุดเด่นสำคัญ | ประเภทธุรกิจที่แนะนำ |
| 1. สีลม - สาทร | ศาลาแดง / ช่องนนทรี | ปานกลาง - สูง ($$$) | ศูนย์กลางการเงิน, น่าเชื่อถือ, เชื่อมต่อ MRT/BRT | ธนาคาร, กฎหมาย, ประกันภัย, คอนซัลท์ |
| 2. เพลินจิต - ชิดลม | ชิดลม / เพลินจิต | สูงมาก ($$$$) | หรูหรา, ตึกเกรด A+, มี Skywalk เดินสบาย | บริษัทข้ามชาติ, แบรนด์เนม, อสังหาฯ ไฮเอนด์ |
| 3. สุขุมวิทตอนต้น | อโศก / พร้อมพงษ์ | ปานกลาง - สูง ($$$) | แหล่งรวม Expat, ร้านอาหารเยอะ, เชื่อมต่อ MRT | Tech, สตาร์ทอัป, เอเจนซี่, บริษัทญี่ปุ่น |
| 4. สุขุมวิทตอนปลาย | อุดมสุข / บางนา | ประหยัด ($) | ค่าเช่าคุ้มค่า, ใกล้ทางด่วน, เดินทางไป EEC ง่าย | โลจิสติกส์, เทรดดิ้ง, SMEs ขนาดกลาง |
| 5. พญาไท - อารีย์ | พญาไท / อารีย์ | ปานกลาง ($$) | คาเฟ่เยอะ, บรรยากาศดี, เชื่อมต่อ Airport Link | ธุรกิจออนไลน์, ครีเอทีฟ, ติดต่อภาครัฐ |
เช็กเช็กลิสต์สำคัญ 5 ข้อ ก่อนตัดสินใจทำสัญญาเช่าออฟฟิศติด BTS
หลังจากที่คุณได้ทำเลหรือตึกที่สนใจในใจแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเข้าไปดูสถานที่จริงและเจรจาเงื่อนไขสัญญาเช่าพื้นที่ สำนักงานให้เช่าใกล้รถไฟฟ้าBTS เพื่อไม่ให้เกิดค่าใช้จ่ายงอกเงยหรือปัญหาขัดแย้งในภายหลัง ควรใช้เช็กลิสต์ 5 ข้อนี้ในการตรวจสอบครับ:
1. "ติด BTS" หรือแค่ "ใกล้ BTS"? วัดระยะทางเดินจริง
คำโฆษณาในหน้าเว็บไซต์หลายแห่งอาจบอกว่าตึกอยู่ใกล้รถไฟฟ้า แต่ในความเป็นจริงคำว่าใกล้ของแต่ละคนไม่เท่ากันครับ บางตึกอยู่ห่างออกไป 500 เมตรแต่ต้องเดินตัดผ่านซอยแคบ ๆ ที่ไม่มีฟุตบาท หรือบางตึกอยู่ห่าง 800 เมตรแต่มีรถกอล์ฟหรือรถตู้ (Shuttle Service) ของตึกคอยรับส่งฟรีทุก ๆ 10 นาที แนะนำให้พาตัวแทนทีมงานไปลองเดินดูจริง ๆ ในช่วงเวลาทำงาน เพื่อสัมผัสบรรยากาศและความปลอดภัยในการเดินทางครับ
2. ค่าระบบปรับอากาศนอกเวลาทำการ (Overtime Air-con Charge)
อาคารสำนักงานส่วนใหญ่ที่อยู่ใกล้ BTS มักจะเป็นระบบแอร์ส่วนกลาง (Chiller) ซึ่งจะเปิด-ปิดตามเวลามาตรฐานของตึก เช่น วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00 น. - 18.00 น. หากธุรกิจของคุณเป็นสายที่ต้องทำงานล่วงเวลาบ่อย ๆ เช่น เอเจนซี่โฆษณา บริษัทซอฟต์แวร์ หรือต้องคอนเนกกับทีมต่างประเทศคนละไทม์โซน ต้องถามค่าแอร์นอกเวลาให้ชัดเจน เพราะบางตึกคิดราคาสูงถึงชั่วโมงละ 1,000 - 3,000 บาท ซึ่งอาจกลายเป็นต้นทุนก้อนโตได้ครับ (หรือมองหาตึกที่อนุญาตให้ติดแอร์ระบบ Split Type แยกเองได้)
3. สิทธิ์ที่จอดรถและการบริหารจัดการ
แม้ว่าเราจะเลือก ออฟฟิศให้เช่าใกล้รถไฟฟ้าBTS เพื่อให้เดินทางสะดวกเป็นหลัก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้บริหาร หรือลูกค้าบางส่วนยังคงต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว สิ่งที่ต้องเช็คคือ:
-
โควตาที่จอดรถฟรี (ปกติจะให้ตามสัดส่วนพื้นที่ เช่น ทุก ๆ 100 ตารางเมตร ได้ที่จอดรถฟรี 1 คัน)
-
ค่าเช่าที่จอดรถเพิ่มเติมรายเดือน ราคาเท่าไหร่ มีพื้นที่เพียงพอไหม?
-
ค่าจอดรถสำหรับผู้มาติดต่อ (Visitor) สแตมป์บัตรแล้วจอดฟรีได้กี่ชั่วโมง?
4. สภาพพื้นที่ตอนส่งมอบ: ปรับปรุงใหม่หรือตบแต่งแล้ว?
ตึกออฟฟิศจะส่งมอบพื้นที่ให้เราใน 3 รูปแบบหลัก ๆ ซึ่งส่งผลต่อเงินลงทุนก้อนแรกในการทำออฟฟิศอย่างมาก:
-
Bare Shell (พื้นที่เปล่า): มีแค่โครงสร้างปูนเปลือย ไม่มีฝ้า ไม่มีพื้น คุณต้องจ้างผู้รับเหมาเข้ามาวางระบบไฟ ปูพื้น ทำฝ้า และกั้นห้องเองทั้งหมด ข้อดีคือได้ออฟฟิศหน้าตาตามใจชอบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ใช้เงินและเวลาเยอะ
-
Fitted Office (ตกแต่งบางส่วน): มีฝ้าเพดาน ไฟ แอร์ และพื้นปูไว้ให้เรียบร้อยแล้ว อาจมีการกั้นห้องประชุมไว้ให้บ้าง คุณแค่ซื้อเฟอร์นิเจอร์โต๊ะเก้าอี้เข้ามาวางก็เริ่มงานได้เลย ประหยัดงบไปได้เยอะมาก
-
Serviced Office (ออฟฟิศสำเร็จรูปพร้อมใช้): เป็นห้องส่วนตัวที่มาพร้อมโต๊ะ เก้าอี้ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง มีโซนต้อนรับ ห้องประชุม และแม่บ้านส่วนกลางให้พร้อม เหมาะกับทีมที่ต้องการความยืดหยุ่น ย้ายเข้าได้ทันที และสัญญาเช่าระยะสั้นได้ (เช่น 3 เดือน - 1 ปี)
5. โครงสร้างราคาและเงื่อนไขการขึ้นค่าเช่า
สัญญาเช่าออฟฟิศตามแนว BTS ส่วนใหญ่จะมีระยะเวลามาตรฐานอยู่ที่ 3 ปี โดยจะต้องวางเงินมัดจำ (Deposit) ประมาณ 3 เดือนของค่าเช่า สิ่งสำคัญที่ต้องดูในสัญญาคือเงื่อนไขเมื่อครบกำหนด 3 ปีแล้วต้องการต่อสัญญาใหม่ ทางตึกจะขอปรับขึ้นค่าเช่ากี่เปอร์เซ็นต์ (อัตราปกติในตลาดจะอยู่ที่ประมาณ 5% - 10% ทุก ๆ 3 ปี) เพื่อให้คุณสามารถคำนวณงบประมาณในระยะยาวของบริษัทได้แม่นยำ
ค้นหาสำนักงานให้เช่าใกล้รถไฟฟ้า BTS ที่ดีที่สุดกับ iRentOffice
การตระเวนหาพื้นที่ออฟฟิศ ขับรถไปดูทีละตึก โทรสอบถามพื้นที่ว่างกับนิติบุคคลของแต่ละอาคาร และต้องมานั่งเปรียบเทียบราคาเงื่อนไขด้วยตัวเอง เป็นกระบวนการที่กินเวลาและพลังงานของผู้บริหารอย่างมากครับ ยิ่งเป็นทำเลฮอตฮิตติดรถไฟฟ้า BTS ที่มีการขยับขยายและเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ว่างอยู่ตลอดเวลา ยิ่งทำให้หาข้อมูลที่ถูกต้องได้ยาก
ให้ iRentOffice ทำหน้าที่เป็นพาร์ทเนอร์และผู้ช่วยส่วนตัวในการจัดหาออฟฟิศให้คุณสิครับ!
สิ่งที่คุณจะได้รับเมื่อเลือกใช้บริการกับ iRentOffice:
-
ฐานข้อมูลที่ใหญ่และอัปเดตที่สุด: เรามีข้อมูลพื้นที่ว่าง ราคา และเงื่อนไขของตึกสำนักงานและโฮมออฟฟิศตามแนวรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวครบทุกตึก ทุกโซน ไม่ว่าจะเป็นตึกเกรด A หรูหรา หรือตึกเกรด B ราคาประหยัด
-
บริการฟรี 100% ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง: คุณไม่ต้องจ่ายค่าบริการให้เราเลยแม้แต่บาทเดียว ทีมงานของเราพร้อมให้คำปรึกษา คัดเลือกตึก พาไปชมสถานที่จริง และช่วยประสานงานจนกระทั่งคุณเซ็นสัญญาเช่าเรียบร้อย
-
ประหยัดเวลาและพลังงาน: แค่บอกโจทย์ของคุณให้เราทราบ (เช่น อยากได้โซนอโศก, พนักงาน 20 คน, งบประมาณไม่เกิน 80,000 บาท/เดือน, ชอบตึกที่มีของกินเยอะ) ทีมงานของเราจะทำการคัดกรองออฟฟิศที่ตรงเงื่อนไขที่สุดมาให้คุณเลือกภายใน 24 ชั่วโมง
-
ตัวแทนช่วยเจรจาต่อรอง: ด้วยประสบการณ์ยาวนานในแวดวงอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ เราทราบดีว่าจุดไหนที่สามารถเจรจาขอสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมให้คุณได้ เช่น การขอขยายระยะเวลาตกแต่งออฟฟิศฟรี (Fitting period) หรือการขอโควตาที่จอดรถเพิ่ม
อย่าให้เรื่องการหาออฟฟิศใหม่มาดึงสมาธิของคุณไปจากการวิ่งขยายธุรกิจครับ ปล่อยให้หน้าที่ค้นหา สำนักงานให้เช่าใกล้รถไฟฟ้าBTS ที่สมบูรณ์แบบที่สุดเป็นหน้าที่ของทีมงานมืออาชีพจาก iRentOffice
ติดต่อเราวันนี้ เพื่อรับข้อมูลพื้นที่ว่างเรตราคาพิเศษสุดก่อนใคร และก้าวข้ามไปสู่การทำงานในออฟฟิศแห่งใหม่ที่เดินทางสะดวก บรรยากาศยอดเยี่ยม และพร้อมขับเคลื่อนบริษัทของคุณให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดบนทำเลทองติดรถไฟฟ้า BTS!
ปรึกษาเรื่องการเช่าออฟฟิศและเช็กพื้นที่ว่างแนว BTS ฟรีวันนี้
โทรศัพท์: 084-543-4833, 086-397-4454
เว็บไซต์: www.irentoffice.com
Line ID: [ใส่ Line ID ของเว็บไซต์]
อีเมล: [ใส่ Email ของเว็บไซต์]






